ประสบการณ์นอนรพ.ครั้งแรกเจอเข้าแล้ววว..... (หลอนยิ่งกว่าผี)
ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ. 2554 ....ย้อนไปนานมากกกก 555
เมื่อตอนนั้นเราอายุ 14 ปี เป็นตอนที่เราเจ็บป่วยครั้งแรก ไม่ใช่สิ เปกติเราก็เข้ารพ.บ่อยอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มันเป็นมากว่าทุกครั้ง เราไปเข้าค่ายบำเพ็ญประโยชน์อีกจังหวัดหนึ่ง แล้วเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด ตอนไปก็ปกติน่ะ ร่างกายแข็งแรงดี ค่ายของเราต้องไปนอนค้าง 2 วัน 1 คืน นอนเต้นท์ด้วย เป็นอะไรที่ชอบมากๆเลย เรื่องมันก็มีอยู่ว่า คืนที่เรารอบกองไฟนั้นก็มีการแสดงรอบกองไฟ มีการร้องเพลง อะไรประมานนั้น
เราก็เป็นหนึ่งในส่วนร่วมของการแสดง พอแสดงจบ เราเริ่มมีอาการ... ปวดท้องมาก ปกติเราปวดท้องเป็นประจำ เป็นโรคกระเพาะมาตั้งแต่เด็กแล้ว เรารู้ว่าอาการปวดท้องที่เราเป็นอยู่ประจำมันเป็นยังไงแต่ครั้งนี้มันเป็นเหมือนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราเริ่มปวดมากจนเพื่อนต้องพาไปหาอาจารย์ อาจารย์เลยเอายามาให้เรากิน แต่มันไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะค่ายอยู่ในป่าที่เป็นแก่ง เราก็พยายามทนพอกิจกรรมเสร็จเรากับเพื่อน 3 คนก็ไปนอนที่เต้นท์ เราพยายามข่มตานอน นอนยังไงก้ไม่หลับ มันยิ่งปวดมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนเราอ้วกออกมา เกรงใจเพื่อนมากจะปลุกก็ไม่กล้าปลุก เพราะทุกคนเหนื่อยกับกิจกรรมวันนี้มาก เรานอนร้องไห้ทั้งที่ปวดแล้วก็อ้วกจนเช้า เช้ามืดของวันที่ 2 มีกิจกรรมวิ่งเราเป็นหัวหน้ากลุ่ม ยอมรับนะว่ายังปวดอยู่แต่ไม่อยากรบกวนใครเพราะไม่อยากให้ใครมาลำบากกับเรา ทนไปอีก ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ต่อ หน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เราลุกพาทุกคนในกลุ่มออกไปวิ่ง พวกเราวิ่งไปที่แก่งน้ำ ทางที่ไปมันมืด มองแทบไม่เห็นทาง เช้ามืดก็มืดจริงๆ เราปวดมาก หลับหูหลับตาฝืนวิ่งไปตามๆทาง ระยะทางที่วิ่งก็ไกลพอสมควร วิ่งไปจัดแถวออกกำลังกาย ออกได้ท่าเดียว ไม่ไหวแล้ววว อ้วกจะออกมาอีก วิ่งอยากเดียว วิ่งไปไหน?? ออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ไปอ้วกแตกที่พุ่มมา ทุกคนงง แล้วสายตามากมายก็มาจับจ้องที่เรา เพื่อนสนิทของเราวิ่งมาลูบหลังเรา เป็นอะไรมากมั้ย ? เพื่อนถามด้วยความห่วงใย อาจารย์บอกให้เรามานั่งพัก ไม่ต้องทำกิจกรรมแล้ว เราทนจนกิจกรรมเสร็จทุกกิจกรรม ทนตั้งแต่ 2 ทุ่มของวันแรก จน บ่าย 3ของอีกวัน กี่ชม. ไม่อยากนับเลย ทนมาได้ยังไงยังงงอยู่จนถึงทุกวันนี้ 555
เรากลับมาถึงจังหวัดเราตอนบ่ายสาม แม่เรามารับแล้วพาไปรพ.ทันที ร่างกายเราตอนนั้นหรอ? แทบจะไม่มีแรงที่จะเดิน เราลืมบอกไปว่าเรากินข้าวไม่ได้เลย ตั้งแต่ปวดท้อง กินแล้วอ้วกออกมาหมด แม่เราโกรธมาก ทำไมถึงปล่อยให้เราเป็นแบบนี้ อาจารย์ทำไมไม่ยอมพาเราไปรพ. แถวนั้น
พอถึงมือคุณหมอ หมอให้เจาะเลือดตรวจปัสสาวะ ผลออกมาว่าไส้ติ่งอักเสบ ต้องผ่าตัดด่วน หมอบอกว่าดีที่ไส้ติ่งไม่แตกซะก่อน เราต้องงดน้ำงดอาหารรอผ่าตัด ในสมองเราตอนนั้นไม่จิ๊งงง เราไม่อยากผ่าตัด มันจะเป็นอย่างไร ความคิดที่คิดว่าเราต้องตายไปชั่วขณะ เราจะฟื้นขึ้นมาอีกมั้ย?? บลาๆๆๆ.. ร้องไห้หนักมาก พ่อเข้ามาปลอบเรา พ่อบอกเราว่าไม่ต้องกลัว ลูกต้องปลอดภัย ผ่าแล้วต้องดีขึ้น เราเริ่มดึงสติกลับมา กลับมาสิ !! ถ้าผ่าแกก็หายปวดแล้ว ใจเย็นๆสิแก ความคิดบวกเริ่มกลับมาแล้ว ถึงแล้ว !! ถึงเวลาแล้ว ขึ้นเขียง พูดซะน่ากลัว เราเข้าห้องผ่าตัดครั้งแรก มองไปที่เตียงผ่าตัด นอนลงช้าๆ รอบๆเตียงอุปกรณ์อะไรเต็มไปหมด คนแรกที่เราเจอคือ หมอดมยา หมอผู้หญิงน่ารักชวนเราคุย คุยอะไรก็ไม่รู้อยู่ดีๆก็หลับจ้า 555
เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่ความรู้สึกคิดถึงพ่อแม่ตลอดเวลา นึกถึงท่านทั้งสองก่อนสลบจนถึงฟื้น ในแว๊บแรกก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเรา แล้วเราก็ตอบไป.....นึกในใจ เย้!! ฉันฟื้นแล้ว ขุ่นพระฉันไม่ตาย แต่ฉันลืมตาไม่ขึ้นเลย เสียงหมอ พยาบาลแหละมั้ง ในความรู้สึกเหมือนมีคนเข็นเราจากห้องพักฟื้นไปหอผู้ป่วย พอถึงหอผู้ป่วย เราก็ยังลืมตาไม่ขึ้นอยู่ดี แต่เสียงที่สองคือเสียงพ่อ บอกเราว่าลูกหายแล้วนะ เราดีใจมากๆ เราบอกพ่อว่า หนูรู้สึกตัวน่ะแต่ลืมตาไม่ขึ้น พอบอกกับเราว่ายาสลบมันยังไม่หมดฤทธิ์ ลูกนอนพักนะ ตื่นเช้าเราก็เจอกันแล้ว เราก็หลับไป พอเช้าเราก็ตื่น มองไปรอบๆ มีแต่เตียง ซ้ายเตียง ขวาเตียง มีแต่คนนอนอยู่เต็มไปหมด พ่อกับแม่มาดูแลเรา ท่านจะสลับกันมาดูแลเรา เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่นอนรพ. บางทีก็เสียใจน่ะแทนที่่เราจะได้ดูแลท่านแต่ท่านกลับต้องมาดูแลเรา แต่เราก็ดีใจนิดๆที่ท่านทั้งสองแข็งแรง ตื่นมายาแก้ปวดหมดก็เจ็บสิค่ะ
พยาบาลเอาน้ำมาให้จิบค่ะ จิบน้ำวนไปสิค่ะ แล้วก็ต้องลุกเดินด้วย โถ่ๆๆ นี่ฉันปวดอยู่น่ะ มนุษย์ดื้อและมึนอย่างเราเรื่องอะไรจะเดิน 555 แต่ก็ไม่ได้หรอกค่ะ มนุษย์แม่มีอำนาจเหนือกว่าสิ่งอื่นใด ต้องเดินเท่านั้น อ้อนพ่อหน่อยก็ได้ พ่อค่ะ หนูยังเจ็บเดินไม่ไหวหรอก พ่อก็บอกว่าไม่เดินไม่ได้น่ะลูก อยากหายก็ต้องรีบเดิน เดินเยอะๆ ก็ได้ เห็นว่าพ่อมีเหตุผลน่ะ เดินก็เดิน เราเริ่มลุกเดิน เดินรอบๆเตียงพอ เหนื่อย ปวดก็ปวด พอๆ ฉันจะนอน พ่อบอกก็ยังดีน่ะที่เดิน เดินไปตั้งเยอะ... 1 รอบ เยอะตรงไหน 555 ลืมไปพ่อเป็นคนตลก เราอยู่กับพ่อทั้งวันพ่อก็พาเราตลก เราก็อยากหัวเราะน่ะแต่สะเทือนแผลสุดๆ ขำไปหยิกพ่อไป พอๆแล้วพอขำจนปวดแผล
ไม่เข้าเรื่องสักที่เนอะ!! 555 คืนที่ 2 นี่แหละ เจอของดีเข้าแล้ว วันนี้เรารู้สึกตัวดี รู้เรื่อง นอนไม่ค่อยหลับเพราะมันแปลกที่แปลกทาง ก็นี่รพ.ไม่ใช่บ้านเรา ยิ่งเป็นคนหลับยากๆอยู่ นอนหลับตื่นๆ ที่รพ.ที่เราอยู่พยาบาลอยู่เวร 2-3 คนปิดไฟหายไปไหนหมดไม่รู้ คงไปนอนหมดแล้ว มั้ง ตอนกลางคืนแม่มานอนเฝ้าเรา แม่หลับไปแล้วค๊าาา ใครเฝ้าใครกันแน่ 555 ฉันนอนไม่หลับ นอนคิดไรไปเรื่อยเปื่อย ปกติเราชอบอ่านเรื่องผี ดูหนังผี รายการผี อะไรแบบนี้ชอบมากเลย กี่โมงก็ไม่รู้มันมืดแบบสลัวๆ มองนาฬิกาไม่เห็น จริงก็ไม่เกี่ยวกับความมืดหรอก ฉันสายตาสั้น แต่รักฉันยาว เกี่ยวอะไร? 555 เรารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่าง ตรงเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ มันเริ่มใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รู้สึกมีอะไรยืนอยู่ตรงปลายเท้าเราแล้ว ไม่จิ๊งงง!! ฉันอยากจะกรี๊ดแต่ก็เกรงใจคนในหอผู้ป่วย จากที่ห่มผ้าห่มอยู่ก็เริ่มดึงมาปิดหน้าล่ะ กลัวก็กลัว ปกติก็ไม่กลัวผีน่ะ แต่ตอนเราไม่สบายยอมรับว่าจิตตกจริงๆ เราคลุมผ้าแล้วนอนสวดมนต์ อย่ามา รบกวนฉันเลย อยู่ใครอยู่มันเถอะ ออกจากรพ.แล้วจะไปทำบุญให้ ฉันบ่นพึมพรำกับตัวเองเบาๆ กลัวจนจะแทบสติแตกล่ะ จู่ๆ ผ้าห่มที่ฉันห่มอยู่ก็ค่อยๆเลื่อนลง เลื่อนลงไปอีก ตายๆแล้วใครดึงผ้าห่มฉัน .... ฉันหลับตาอยู่ในใจคิดว่าเจอของดีแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ยกมือไหว้แล้วค่อยรวบรวมสติ ฉันไม่กลัวผีซะหน่อย ลืมตาสิ พอค่อยๆลืมตา ฉันก็เห็น...เห็นมันเต็มๆตา พลังงานบางอย่างที่ฉันมโนมาตั้งนาน มันคือคนไข้ ของหอผู้ป่วยเตียงตรงข้ามฉันเอง คนไข้เข้าสติไม่ด คิดไปเองตลอด บ้าไปแล้ว
เล่ามาตั้งนานไม่ใช่ผี 555
เรานอนรพ. 4 วัน เพราะความดื้อไม่ยอมเดินของเรา จริงๆคนที่ผ่าตัดไส้ติ่ง ถ้าแข็งแรง 1-2 วันก็กลับบ้านได้แล้ว
( แต่ไม่ใช่เรา )
>>เป็นยังไงบ้างค่ะคนอ่านที่เข้ามาอ่านหรือหลงผิดมาอ่าน 555 ประสบการร์สยองๆ (ตรงไหน)
แต่ก็แค่อยากเล่าประสบการณ์ชีวิตของเราให้เพื่อนๆผู้อ่าน อ่านเล่นๆยามว่างค่ะ ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วยนะคะ
ปิดท้ายมีเรื่องตลกจากคนไข้เตียงตรงข้ามคุยกับพยาบาลให้ฟังค่ะ
คนไข้เดินไปถามพยาบาลว่า บัตรอยู่ไหน??
พยาบาล : บัตรอะไรค่ะ??
คนไข้ : บัตรนั่นแหละบัตร เอาบัตรคืนมา
พยาบาล : บัตรประชาชน หรือบัตรรพ. ค่ะ พยาบาลคืนไปหมดแล้วนะคะ
คนไข้ : ไม่ใช่ บัตรนั้น ไอ้บัตร!! ผัวฉันนนน
พยาบาล : เงิบแป๊บบ!! 555
ตอนนั้นเรานั่งฟังที่เตียงขำจนปวดแผลอ่ะ 555++
>>ไร้สาระมานานล่ะ เราก็มีความรู้มาฝากเพื่อนๆด้วยนะค่ะ<<
คำศัพท์ทางการแพทย์
Ward หอผู้ป่วย
Appendicitis ไส้ติ่งอักเสบ
Pain ปวด
OR : Operating Room ห้องผ่าตัด
RR : Recovery room ห้องฟักฟื้น
Surgeon ศัลยแพทย์ (หมอผ่าตัด)
Anaesthetist วิสัญญีแพทย์ (หมอดมยา)
!! เกร็ดความรู้ !!
-การผ่าตัดไสติ่งต้องเดิน Ambulate พยาบาลจะกระตุ้นให้เราเดินและเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อไม่ให้ผังผืดเกาะที่ผนังลำไส้ และจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน
-การรับประทานอาหาร จะมี step diet คือ เริ่มจากจิบน้ำ, liquid diet (อาหารเหลว), soft diet (อาหารอ่อน) ,Regular diet (อาหารปกติ)
-ระดับความปวด มีคะแนน คือ 0-10
0 ไม่ปวดเลย
เมื่อตอนนั้นเราอายุ 14 ปี เป็นตอนที่เราเจ็บป่วยครั้งแรก ไม่ใช่สิ เปกติเราก็เข้ารพ.บ่อยอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มันเป็นมากว่าทุกครั้ง เราไปเข้าค่ายบำเพ็ญประโยชน์อีกจังหวัดหนึ่ง แล้วเกิดเหตุที่ไม่คาดคิด ตอนไปก็ปกติน่ะ ร่างกายแข็งแรงดี ค่ายของเราต้องไปนอนค้าง 2 วัน 1 คืน นอนเต้นท์ด้วย เป็นอะไรที่ชอบมากๆเลย เรื่องมันก็มีอยู่ว่า คืนที่เรารอบกองไฟนั้นก็มีการแสดงรอบกองไฟ มีการร้องเพลง อะไรประมานนั้น
เราก็เป็นหนึ่งในส่วนร่วมของการแสดง พอแสดงจบ เราเริ่มมีอาการ... ปวดท้องมาก ปกติเราปวดท้องเป็นประจำ เป็นโรคกระเพาะมาตั้งแต่เด็กแล้ว เรารู้ว่าอาการปวดท้องที่เราเป็นอยู่ประจำมันเป็นยังไงแต่ครั้งนี้มันเป็นเหมือนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เราเริ่มปวดมากจนเพื่อนต้องพาไปหาอาจารย์ อาจารย์เลยเอายามาให้เรากิน แต่มันไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะค่ายอยู่ในป่าที่เป็นแก่ง เราก็พยายามทนพอกิจกรรมเสร็จเรากับเพื่อน 3 คนก็ไปนอนที่เต้นท์ เราพยายามข่มตานอน นอนยังไงก้ไม่หลับ มันยิ่งปวดมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนเราอ้วกออกมา เกรงใจเพื่อนมากจะปลุกก็ไม่กล้าปลุก เพราะทุกคนเหนื่อยกับกิจกรรมวันนี้มาก เรานอนร้องไห้ทั้งที่ปวดแล้วก็อ้วกจนเช้า เช้ามืดของวันที่ 2 มีกิจกรรมวิ่งเราเป็นหัวหน้ากลุ่ม ยอมรับนะว่ายังปวดอยู่แต่ไม่อยากรบกวนใครเพราะไม่อยากให้ใครมาลำบากกับเรา ทนไปอีก ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ต่อ หน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา เราลุกพาทุกคนในกลุ่มออกไปวิ่ง พวกเราวิ่งไปที่แก่งน้ำ ทางที่ไปมันมืด มองแทบไม่เห็นทาง เช้ามืดก็มืดจริงๆ เราปวดมาก หลับหูหลับตาฝืนวิ่งไปตามๆทาง ระยะทางที่วิ่งก็ไกลพอสมควร วิ่งไปจัดแถวออกกำลังกาย ออกได้ท่าเดียว ไม่ไหวแล้ววว อ้วกจะออกมาอีก วิ่งอยากเดียว วิ่งไปไหน?? ออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ไปอ้วกแตกที่พุ่มมา ทุกคนงง แล้วสายตามากมายก็มาจับจ้องที่เรา เพื่อนสนิทของเราวิ่งมาลูบหลังเรา เป็นอะไรมากมั้ย ? เพื่อนถามด้วยความห่วงใย อาจารย์บอกให้เรามานั่งพัก ไม่ต้องทำกิจกรรมแล้ว เราทนจนกิจกรรมเสร็จทุกกิจกรรม ทนตั้งแต่ 2 ทุ่มของวันแรก จน บ่าย 3ของอีกวัน กี่ชม. ไม่อยากนับเลย ทนมาได้ยังไงยังงงอยู่จนถึงทุกวันนี้ 555
เรากลับมาถึงจังหวัดเราตอนบ่ายสาม แม่เรามารับแล้วพาไปรพ.ทันที ร่างกายเราตอนนั้นหรอ? แทบจะไม่มีแรงที่จะเดิน เราลืมบอกไปว่าเรากินข้าวไม่ได้เลย ตั้งแต่ปวดท้อง กินแล้วอ้วกออกมาหมด แม่เราโกรธมาก ทำไมถึงปล่อยให้เราเป็นแบบนี้ อาจารย์ทำไมไม่ยอมพาเราไปรพ. แถวนั้น
พอถึงมือคุณหมอ หมอให้เจาะเลือดตรวจปัสสาวะ ผลออกมาว่าไส้ติ่งอักเสบ ต้องผ่าตัดด่วน หมอบอกว่าดีที่ไส้ติ่งไม่แตกซะก่อน เราต้องงดน้ำงดอาหารรอผ่าตัด ในสมองเราตอนนั้นไม่จิ๊งงง เราไม่อยากผ่าตัด มันจะเป็นอย่างไร ความคิดที่คิดว่าเราต้องตายไปชั่วขณะ เราจะฟื้นขึ้นมาอีกมั้ย?? บลาๆๆๆ.. ร้องไห้หนักมาก พ่อเข้ามาปลอบเรา พ่อบอกเราว่าไม่ต้องกลัว ลูกต้องปลอดภัย ผ่าแล้วต้องดีขึ้น เราเริ่มดึงสติกลับมา กลับมาสิ !! ถ้าผ่าแกก็หายปวดแล้ว ใจเย็นๆสิแก ความคิดบวกเริ่มกลับมาแล้ว ถึงแล้ว !! ถึงเวลาแล้ว ขึ้นเขียง พูดซะน่ากลัว เราเข้าห้องผ่าตัดครั้งแรก มองไปที่เตียงผ่าตัด นอนลงช้าๆ รอบๆเตียงอุปกรณ์อะไรเต็มไปหมด คนแรกที่เราเจอคือ หมอดมยา หมอผู้หญิงน่ารักชวนเราคุย คุยอะไรก็ไม่รู้อยู่ดีๆก็หลับจ้า 555
เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่ความรู้สึกคิดถึงพ่อแม่ตลอดเวลา นึกถึงท่านทั้งสองก่อนสลบจนถึงฟื้น ในแว๊บแรกก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเรา แล้วเราก็ตอบไป.....นึกในใจ เย้!! ฉันฟื้นแล้ว ขุ่นพระฉันไม่ตาย แต่ฉันลืมตาไม่ขึ้นเลย เสียงหมอ พยาบาลแหละมั้ง ในความรู้สึกเหมือนมีคนเข็นเราจากห้องพักฟื้นไปหอผู้ป่วย พอถึงหอผู้ป่วย เราก็ยังลืมตาไม่ขึ้นอยู่ดี แต่เสียงที่สองคือเสียงพ่อ บอกเราว่าลูกหายแล้วนะ เราดีใจมากๆ เราบอกพ่อว่า หนูรู้สึกตัวน่ะแต่ลืมตาไม่ขึ้น พอบอกกับเราว่ายาสลบมันยังไม่หมดฤทธิ์ ลูกนอนพักนะ ตื่นเช้าเราก็เจอกันแล้ว เราก็หลับไป พอเช้าเราก็ตื่น มองไปรอบๆ มีแต่เตียง ซ้ายเตียง ขวาเตียง มีแต่คนนอนอยู่เต็มไปหมด พ่อกับแม่มาดูแลเรา ท่านจะสลับกันมาดูแลเรา เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่นอนรพ. บางทีก็เสียใจน่ะแทนที่่เราจะได้ดูแลท่านแต่ท่านกลับต้องมาดูแลเรา แต่เราก็ดีใจนิดๆที่ท่านทั้งสองแข็งแรง ตื่นมายาแก้ปวดหมดก็เจ็บสิค่ะ
พยาบาลเอาน้ำมาให้จิบค่ะ จิบน้ำวนไปสิค่ะ แล้วก็ต้องลุกเดินด้วย โถ่ๆๆ นี่ฉันปวดอยู่น่ะ มนุษย์ดื้อและมึนอย่างเราเรื่องอะไรจะเดิน 555 แต่ก็ไม่ได้หรอกค่ะ มนุษย์แม่มีอำนาจเหนือกว่าสิ่งอื่นใด ต้องเดินเท่านั้น อ้อนพ่อหน่อยก็ได้ พ่อค่ะ หนูยังเจ็บเดินไม่ไหวหรอก พ่อก็บอกว่าไม่เดินไม่ได้น่ะลูก อยากหายก็ต้องรีบเดิน เดินเยอะๆ ก็ได้ เห็นว่าพ่อมีเหตุผลน่ะ เดินก็เดิน เราเริ่มลุกเดิน เดินรอบๆเตียงพอ เหนื่อย ปวดก็ปวด พอๆ ฉันจะนอน พ่อบอกก็ยังดีน่ะที่เดิน เดินไปตั้งเยอะ... 1 รอบ เยอะตรงไหน 555 ลืมไปพ่อเป็นคนตลก เราอยู่กับพ่อทั้งวันพ่อก็พาเราตลก เราก็อยากหัวเราะน่ะแต่สะเทือนแผลสุดๆ ขำไปหยิกพ่อไป พอๆแล้วพอขำจนปวดแผล
ไม่เข้าเรื่องสักที่เนอะ!! 555 คืนที่ 2 นี่แหละ เจอของดีเข้าแล้ว วันนี้เรารู้สึกตัวดี รู้เรื่อง นอนไม่ค่อยหลับเพราะมันแปลกที่แปลกทาง ก็นี่รพ.ไม่ใช่บ้านเรา ยิ่งเป็นคนหลับยากๆอยู่ นอนหลับตื่นๆ ที่รพ.ที่เราอยู่พยาบาลอยู่เวร 2-3 คนปิดไฟหายไปไหนหมดไม่รู้ คงไปนอนหมดแล้ว มั้ง ตอนกลางคืนแม่มานอนเฝ้าเรา แม่หลับไปแล้วค๊าาา ใครเฝ้าใครกันแน่ 555 ฉันนอนไม่หลับ นอนคิดไรไปเรื่อยเปื่อย ปกติเราชอบอ่านเรื่องผี ดูหนังผี รายการผี อะไรแบบนี้ชอบมากเลย กี่โมงก็ไม่รู้มันมืดแบบสลัวๆ มองนาฬิกาไม่เห็น จริงก็ไม่เกี่ยวกับความมืดหรอก ฉันสายตาสั้น แต่รักฉันยาว เกี่ยวอะไร? 555 เรารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่าง ตรงเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ มันเริ่มใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รู้สึกมีอะไรยืนอยู่ตรงปลายเท้าเราแล้ว ไม่จิ๊งงง!! ฉันอยากจะกรี๊ดแต่ก็เกรงใจคนในหอผู้ป่วย จากที่ห่มผ้าห่มอยู่ก็เริ่มดึงมาปิดหน้าล่ะ กลัวก็กลัว ปกติก็ไม่กลัวผีน่ะ แต่ตอนเราไม่สบายยอมรับว่าจิตตกจริงๆ เราคลุมผ้าแล้วนอนสวดมนต์ อย่ามา รบกวนฉันเลย อยู่ใครอยู่มันเถอะ ออกจากรพ.แล้วจะไปทำบุญให้ ฉันบ่นพึมพรำกับตัวเองเบาๆ กลัวจนจะแทบสติแตกล่ะ จู่ๆ ผ้าห่มที่ฉันห่มอยู่ก็ค่อยๆเลื่อนลง เลื่อนลงไปอีก ตายๆแล้วใครดึงผ้าห่มฉัน .... ฉันหลับตาอยู่ในใจคิดว่าเจอของดีแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลย ยกมือไหว้แล้วค่อยรวบรวมสติ ฉันไม่กลัวผีซะหน่อย ลืมตาสิ พอค่อยๆลืมตา ฉันก็เห็น...เห็นมันเต็มๆตา พลังงานบางอย่างที่ฉันมโนมาตั้งนาน มันคือคนไข้ ของหอผู้ป่วยเตียงตรงข้ามฉันเอง คนไข้เข้าสติไม่ด คิดไปเองตลอด บ้าไปแล้ว
เล่ามาตั้งนานไม่ใช่ผี 555
เรานอนรพ. 4 วัน เพราะความดื้อไม่ยอมเดินของเรา จริงๆคนที่ผ่าตัดไส้ติ่ง ถ้าแข็งแรง 1-2 วันก็กลับบ้านได้แล้ว
>>เป็นยังไงบ้างค่ะคนอ่านที่เข้ามาอ่านหรือหลงผิดมาอ่าน 555 ประสบการร์สยองๆ (ตรงไหน)
แต่ก็แค่อยากเล่าประสบการณ์ชีวิตของเราให้เพื่อนๆผู้อ่าน อ่านเล่นๆยามว่างค่ะ ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วยนะคะ
ปิดท้ายมีเรื่องตลกจากคนไข้เตียงตรงข้ามคุยกับพยาบาลให้ฟังค่ะ
คนไข้เดินไปถามพยาบาลว่า บัตรอยู่ไหน??
พยาบาล : บัตรอะไรค่ะ??
คนไข้ : บัตรนั่นแหละบัตร เอาบัตรคืนมา
พยาบาล : บัตรประชาชน หรือบัตรรพ. ค่ะ พยาบาลคืนไปหมดแล้วนะคะ
คนไข้ : ไม่ใช่ บัตรนั้น ไอ้บัตร!! ผัวฉันนนน
พยาบาล : เงิบแป๊บบ!! 555
ตอนนั้นเรานั่งฟังที่เตียงขำจนปวดแผลอ่ะ 555++
>>ไร้สาระมานานล่ะ เราก็มีความรู้มาฝากเพื่อนๆด้วยนะค่ะ<<
คำศัพท์ทางการแพทย์
Ward หอผู้ป่วย
Appendicitis ไส้ติ่งอักเสบ
Pain ปวด
OR : Operating Room ห้องผ่าตัด
RR : Recovery room ห้องฟักฟื้น
Surgeon ศัลยแพทย์ (หมอผ่าตัด)
Anaesthetist วิสัญญีแพทย์ (หมอดมยา)
!! เกร็ดความรู้ !!
-การผ่าตัดไสติ่งต้องเดิน Ambulate พยาบาลจะกระตุ้นให้เราเดินและเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อไม่ให้ผังผืดเกาะที่ผนังลำไส้ และจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงาน
-การรับประทานอาหาร จะมี step diet คือ เริ่มจากจิบน้ำ, liquid diet (อาหารเหลว), soft diet (อาหารอ่อน) ,Regular diet (อาหารปกติ)
-ระดับความปวด มีคะแนน คือ 0-10
0 ไม่ปวดเลย
1-2 ปวดเล็กน้อย พอทนได้
3 ปวดปานกลาง (ถ้าปวดระดับนี้ พยาบาลก็พิจารณาให้ยาแล้ว)
4-7 ปวดค่อนข้างมาก
8-9 ปวดมาก
10 ปวดแบบไม่เคยปวดมาก่อน ปวดที่สุดในชีวิต
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น